ช่าง "หัว" ฉันเถอะ

posted on 11 Jan 2013 20:13 by fair-weather in Article directory Diary, Idea
วันนี้ได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเป็นเดือน ๆ เพราะพิษปิดเทอมเป็นครั้งแรก คำถามแรกที่เพื่อนยิงใส่คือ “คิดยังไงกับเรื่องการยกเลิกกฎเรื่องทรงผม” อื้อหือ เป็นคำถามที่ฟีลกู๊ดรียูเนี่ยนจริง ๆ 

ตอนนั้นได้แต่สั่นหัว เพราะไม่รู้จะตอบเป็นภาษาพูดยังไง แต่ก็เก็บไว้ในใจตั้งแต่เช้า หวังจะเอามาอธิบายเป็นภาษาเขียนในบล๊อกวันนี้

ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมขอถามก่อนว่า “คุณคิดว่าเด็กมีความคิดเป็นของตัวเองหรือไม่ ?” ถ้าตอบว่า ใช่ โอเค เราจะคุยกันต่อ แต่ถ้าตอบว่า ไม่ บล๊อกนี้อาจไม่สามารถทำให้คุณเปลี่ยนใจได้แม้แต่นิดเดียว

ขออนุญาตไม่พูดถึงเรื่องของกฎหมาย - เสรีภาพ - สิทธิมนุษยชน อะไรทั้งหลายที่ในทีวีหรือบล๊อกดัง ๆ เค้าพูดกันไปหมดแล้ว และผมก็ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้โดยตรง คนไม่เคยไปจีนคงเขียนบล๊อกนำเที่ยวจีนไม่ได้ วันนี้ผมเลยจะพาไปแค่เยาวราชพอ จีนเหมือนกัน แต่เรียบง่ายและชาวบ้านกว่า
 

ผมนั้นเรียนจบชั้นมัธยมศึกษามา 2 ปีแล้ว พ้นจากสภาวะโดนบังคับเรื่องทรงผมแล้ว แต่สมัยที่ยังอยู่ในสภาวะนั้น ผมก็เป็นคนที่ต่อต้านเรื่องนี้มาตลอด ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ข้อเดียวคือ “ก็มันหัวฉัน”

เล่าย้อนไปก่อน ผมจบการศึกษามาจากโรงเรียนมัธยมดังเงียบแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด ข้างหน้ามีแอมเวย์ ข้างหลังมีอู่รถเมล์ เช้าวันนั้นเป็นวันมอบตัวชั้น ม.6 เงื่อนไขของการมอบตัวนั้นง่ายมาก “มึง จง เกรียน” 
 
ครับ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เงื่อนไขของทรงผมที่จะผ่านการมอบตัวในวันนั้นก็คือ 
 
1.ด้านบนยาวได้ไม่เกิน 3 ซม. 
2. ด้านหลัง-ด้านข้าง ยาวได้ไม่เกิน 1 ซม. 
3. ห้ามเป็นทรงสกินเฮด 
4. รองทรงสูง จุดที่เริ่มมีผมได้คือเส้นที่ลากจากหางตาไป (ขอให้ลองทำดู เอานิ้วลากจากหางตาไปถึงกลางหัว เหนือนิ้วนั่นคือผมยาวได้ 1-3 ซม. ส่วนด้านล่างนิ้วนั้นคือต้องเกรียน)
 
เป็นกฎที่ดูบ้ามาก แล้ววันนั้นก็เป็นภาพที่เซอร์เรียลมาก รองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายปกครอง และทีมงานของพี่แกจำนวนหนึ่ง ให้เด็กเข้าแถว เอาไม้บรรทัดทาบหัวทีละคน ใครผ่านก็ได้เข้าเรียน ม.6 ใครไม่ผ่านก็มีช้อยส์ให้เลือก
 
1. กลับไปตัดที่บ้าน แล้วเปิดเทอมค่อยมามอบตัวอีกที ซึ่งยุ่งยากมาก
2. ฝ่ายปกครองมีบริการไถสด งดเชื่อ ลากแบตตาเลี่ยนไม่เกิน 3 ที เกลี้ยงทั้งหัว

ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเลือกข้อสอง ซึ่งก็ส่งผลให้คันคะเยอไปทั้งวัน ผมเคยโดนตัดแบบนี้ตอนตรวจผมครั้งนึง เชื่อหรือไม่ว่าจนถึงวันที่ผมเรียนจบ เสื้อตัวนั้นยังมีเส้นผมติดอยู่เลย

ถึงผมจะต่อต้านกฏนี้ และพยายามพูดคัดค้านอยู่บ่อยครั้ง แต่ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า กฏกติกาทั้งปวงนั้น ถ้าเราคิดว่าไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม เรามีสิทธิตั้งคำถาม มีสิทธิสงสัย มีสิทธิคัดค้าน แต่ตราบใดที่มันเป็นกฏ เราก็ต้องปฏิบัติตามไปก่อน ไม่ใช่มาดื้อแพ่งว่าฉันไม่ชอบ ฉันจะไม่ทำตาม เพราะกฏนั้นย่อมมีบทลงโทษ การไม่ทำตามกฏย่อมถูกลงโทษ ทุกวันนี้สังคมไทยวุ่นวายเพราะอะไร เพราะเรามีคนดื้อเยอะ ฉันไม่ชอบกฏนี้-ฉันเลยไม่ทำตามกฏ-และฉันจะไม่ยอมให้ลงโทษฉันด้วย มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ฉะนั้นผมก็เลยทนเป็นเกรียนอ้วนที่โดนเพื่อน ๆ ตบหัวเล่นเป็นลูกบาสทุกเดือนจนจบชีวิตมัธยม

เรื่องตลกคือทุกวันนี้ผมขึ้นปี 2 แล้ว แต่ผมก็ยังไว้รองทรงอยู่ ผมคิดว่ามันสุภาพและดูแลง่ายดี เหงื่อผมเยอะ การไว้ผมยาวจะทำให้สกปรก ส่งกลิ่นเหม็น หนักหน่อยก็คือทำให้สิวเยอะ ผมก็เลยเลือกตัดสั้น ๆ และผมก็คิดว่ามันก็โอเค
 
สิ่งที่ผมต้องการจะบอกคือ เด็กมันไม่ได้อยากทำผมทรงหวือหวา ปาดมาสามสี ทำอะโฟรฟูฟ่องเป็นยองใยอะไรหรอกครับ เด็กมันแค่ไม่อยากต้อง “อ้าวชิบหายละกู ต้นเดือน เมื่อวานร้านตัดผมข้างบ้านแม่งปิดไปเชงเม้งกัน” ไม่อยากต้องมานั่งคันคะเยอจนไม่มีสมาธิเรียนทั้งวัน เพียงเพราะมันลืมตัดผมมา แล้วโดนไถกันสด ๆ ตอนเช้า หนักหน่อยก็คืออาจารย์ที่ชอบไถผมให้มันแหว่ง ๆ ไว้ เด็กมันก็อายเพื่อนอายฝูง ผมเคยโดนอยู่ครั้งนึง วันนั้นผมยอมเสียสองร้อยนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ทั้ง ๆ ที่ปกติบ้านผมนั่งรถเมล์สองต่อ 16 บาท ก็ถึงแล้ว
ผมเถียงเรื่องนี้กับผู้ใหญ่ในทวิตเตอร์อยู่ค่อนข้างนาน เหตุผลข้อแรก ๆ และ หลัก ๆ ของฝ่ายค้าน (ค้านผมนี่แหละ ไม่ได้ค้านรัฐบาล) คือ “เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย” “เพื่อให้เด็กมีวินัย”
 
ผมปรี๊ด
 
ผมปรี๊ดกับคำว่า “ระเบียบ” และ ”วินัย”
 
ผมจะบอกให้ว่าอะไรคือระเบียบวินัย
 
ระเบียบวินัยคือการที่คุณยืนชิดขวาตอนขึ้น - ลงบันไดเลื่อน คุณเดินชิดขวาตอนขึ้น - ลงสะพานลอย คุณกินอาหาร กินขนมเสร็จแล้วคุณทิ้งลงถังขยะ คุณต่อแถวซื้อข้าว ต่อแถวซื้อตั๋วหนัง ต่อแถวเข้าห้องน้ำ คุณต่อแถวรอขึ้นรถไฟฟ้า คุณรอคนลงรถไฟฟ้าหมดก่อนแล้วคุณค่อยเข้า นี่คือวินัย แล้วยังไง ? แล้วมันมีมั้ย ? ถ้าทรงผมทำให้คนมีระเบียบวินัยจริง ประเทศไทยมีกฏทรงผมมาเป็นสิบ ๆ ปี แล้วทำไมประเทศชาติมันถึงได้เละเป็นห้องน้ำชายอย่างนี้
 
อยากให้เด็กมีระเบียบ มีวินัย สอนมันสิ สอนมันว่าอะไรคือวินัย อะไรที่ทำแล้วประเทศชาติจะเป็นระเบียบเรียบร้อย คือการทำผมทรงเดียวกันทั้งประเทศเหรอ ? เพื่ออะไร ? มันอธิบายไม่ได้ มันไม่เหมือนกับ อ่ะ เด็ก ๆ การที่เธอขึ้นบันไดเลื่อนแล้วยืนชิดขวานั้น ก็เพื่อให้คนที่รีบเค้าได้ไปก่อน การที่เธอเดินขึ้นสะพานลอยชิดขวานั้น เธอจะได้ไม่เบียดไม่ชนกับคนที่เค้ากำลังลงมา นี่ไง มันมีเหตุผลของการมีระเบียบอยู่
 
การบังคับทำให้เด็กมันหาช่องทางซิกแซกกันทุกเดือน “เฮ้ย ตัดเบอร์สองก็พอเว้ย” “เฮ้ย ถ้าให้อาจารย์คนนั้นตรวจ แกใจดีกว่าว่ะ แกให้ผ่านชัวร์” “เฮ้ย วันนี้โดดเข้าแถวดีกว่าจะได้ไม่โดนตรวจ” มันไม่ได้สร้างผู้ใหญ่ที่มีวินัยหรอกครับ มันสร้างผู้ใหญ่ที่ชอบหาช่องทางซิกแซก ช่องทางลัด โกงเล็กโกงน้อยเพื่อแลกกับการไม่ต้องเสียคะแนนความประพฤติและการไม่ต้องเจ็บตหนังหัว ซึ่งเราก็เห็นใช่มั้ยว่าทุกวันนี้ผู้ใหญ่แบบนี้มียั้วเยี้ยอย่างกับมดตะนอย
 
เหตุผลของการให้ตัดผมเกรียนที่ฟังขึ้น มันร่อยหรอลงเต็มที แถมแต่ละเหตุผลมันก็สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ด้วยคำถามที่ผมถามไปตอนต้น
 
“คุณคิดว่าเด็กมันคิดเองเป็นมั้ย ?”
 
การบังคับตัดผมทรงนักเรียน กับการแบนหนังแลนละครนั้นมีจุดนึงที่คล้ายกัน คือมันตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดที่ว่า "ประชาชน (คงจะ) คิดอะไรเองไม่เป็น"
 
ผมเชื่อว่าเด็กมันคิดเองเป็นแหละครับ ผมเองก็ยังนับว่าเป็นเด็กอยู่ (พึ่งจบมัธยมมาสองปีเอง) ความทรงจำและรอยไถยังนับว่าใหม่อยู่ ความเจ็บปวดจากการโดนแบตตาเลี่ยนไถนั้นรู้ดี ไม่มีเด็กคนไหนอยากโดนหรอกครับ

ปล่อยให้เด็กมันได้คิดเองเถอะครับว่าทำอะไรแล้วดี ทำอะไรแล้วไม่ดี ทรงผมที่ผมเห็นเด็กที่ถูกเรียกว่า “สก๊อย” สมัยนี้ทำ ผมก็รู้สึกไม่ชอบเหมือนกัน แต่มันเป็นสิทธิของเค้าอ่ะ มันหัวเค้าอ่ะ จะไปยุ่งอะไรกับเค้าล่ะ เดี๋ยวเด็กมันเกิดดวงตาเห็นธรรมว่า อย่างเรานี่ผมยาวไม่เร็ว ซักสองเดือนครึ่งตัดที หรือยาวจนเกะกะทิ่มหูทิ่มตาแล้วก็ไปตัด เอ๊ะ เราไว้ยาวแล้วร้อน เราชอบเล่นบอลน่าจะไว้สั้นๆ ให้เด็กมันได้คิดเองเถอะพี่ ในหัวเด็กมันมีสมองนะ ไม่ได้เอาไว้ให้ผมงอกอย่างเดียว
 
 
สมัยที่คุณผู้ใหญ่ทั้งหลายเป็นเด็ก ผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าคุณก็รู้สึกต่อต้านมันเหมือนกัน ไม่ชอบมันเหมือนกัน แต่พอโตแล้วลืมหมดเลย ลืมว่าตอนตัวเองเป็นเด็กชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องการอะไร เกลียดอะไร ลืมหมดเลย อ้างศีลธรรม อ้างระเบียบวินัยกันเต็มไปหมด เหมือนอยากแก้แค้น ตัวเองโดนมาเยอะ พวกแกต้องโดนบ้าง มันก็เหมือนวัฒนธรรมรับน้องโหด ๆ ถามว่าทำไมมันยังไม่หมดไปทั้ง ๆ ที่มี คนบ่นทุกปี ๆ เป็นเรื่องเถียงกันทุกปี ๆ มันก็เกิดจากเหตุผลเดียว คือแค้น อิจฉา ไม่ดีหรอกครับ ไม่งั้นประเทศมันก็จะวนลูปต่อไปแบบนี้ ทำอะไรซ้ำ ๆ มาแล้วไม่เห็นหนทางที่มันจะเจริญขึ้้นก็ลองปรับนิดนึง นึกซะว่าเป็นการทดลองก็ได้ ถ้าผลมันไม่ดี เด็กเละเทะใจแตกเอาแต่แต่งทรงผมทั้งวัน ผลการเรียนตกต่ำลง ๆ ก็ค่อยกลับมาใช้แบบเดิมก็ได้
 
หรือถ้าหักดิบเลิกเลยมันยากไปก็ค่อย ๆ ทำ รัชกาลที่ 5 ยังต้องค่อย ๆ เลิกทาสทีละสเต็ป เราลองเริ่มจากผ่อนปรนกฏลงอีกหน่อย เพิ่มรายละเอียดลงไปก็ได้ ห้ามย้อม ห้ามซอย อะไรก็ว่าไป บทลงโทษเปลี่ยนเป็นหักคะแนนได้มั้ย ? บำเพ็ญประโยชน์ได้มั้ย ? คือมึงไม่ต้องมาไถกูโชว์เพื่อนได้มั้ย ?
 
และอย่างน้อยผมก็คิดว่าเรื่องทรงผมนี่เราควรจะสามารถเลิกเถียงกันได้ซักที เพราะเราเถียงกันมากี่สิบปีแล้ว ช่างหัวมันซะทีเถอะ แล้วก็ช่วยช่างหัวเด็กซะที มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
 
อาจารย์วิชา Magazine Ariticle Writing สอนผมมาว่า เวลาเขียนบทความแสดงความคิดเห็น ให้เลือกข้างให้ชัดเจนเลยว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมต้องขอโทษอาจารย์ไว้ ณ ที่นี้เลย เพราะผมคงจบบทความนี้โดยบอกไม่ได้ว่าตกลงแล้วกฏระเบียบเรื่องทรงผมมันควรหรือไม่ควรยกเลิกกันแน่
 
คงได้แต่ฝากบอกไปถึงผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องว่า
 
“คิดว่าดีก็ทำไป”
 
เพราะผมเชื่อว่า ผู้ใหญ่ก็มีความคิดเหมือนกัน
 
พบกันใหม่ในวันอากาศดี 
 
และไม่มีเกรียน
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#101 By (80.249.85.22|148.251.92.48, 80.249.85.22) on 2014-07-06 15:15

#100 By (187.59.5.24|148.251.92.48, 187.59.5.24) on 2014-07-05 14:35

<a href="http://www.1stpriorityhomeinspection.com/">˥󥰥Ʃ`֥륻å</a>

#99 By http://www.oklahomaindiansummer.com/ (192.187.108.250|192.187.108.250) on 2014-05-27 10:12

<a href="http://www.altiscatti.net/%E5%AF%9D%E5%85%B7%E5%B8%83%E5%9B%A3-c-1.html">޾? `?٥åɥЩ`</a>

#98 By http://www.punejazzclub.org/%E7%BE%8E%E9%A1%94%E5%99%A8-c-5.html (192.187.108.250|192.187.108.250) on 2014-05-18 12:07

<a href="http://www.hutechnologies.com/%E3%83%9F%E3%82%AD%E3%83%A2%E3%83%88-mikimoto-c-204.html">http://www.hutechnologies.com/%E3%83%9F%E3%82%AD%E3%83%A2%E3%83%88-mikimoto-c-204.html</a>

#97 By http://www.kickrobics.com/ (192.187.108.250|192.187.108.250) on 2014-05-17 11:33

Very interesting details you have mentioned , appreciate it for posting . "Pleasure and love are the pinions of great deeds." by Charles Fox.

#96 By canada goose outerwear (198.245.61.224) on 2013-11-15 04:35

???? "???" ??????? | fair-weather

#95 By woolrich outlet (23.91.20.211) on 2013-11-14 10:06

I'll right away take hold of your rss feed as I can't in finding your e-mail subscription link or e-newsletter service. Do you have any? Kindly allow me recognise so that I may just subscribe. Thanks.
parajumpers jacka herr http://toroncho.com/index.asp?id=39

#94 By parajumpers jacka herr (192.99.0.93) on 2013-11-10 06:42

I like this blog very much, Its a real nice post to read and find info . "It is impossible for a man to learn what he thinks he already knows." by Epictetus.
parajumpers outlet http://flython.com/index.asp?id=120

#93 By parajumpers outlet (37.59.48.220) on 2013-11-09 23:20

Set the price of a $70 watch about $90 and buyers will change away. While you're it authentic which the common gladness of the

#92 By cheap jordans (27.150.229.199) on 2013-11-09 06:03

I think this internet site contains some really fantastic information for everyone. "The fewer the words, the better the prayer." by Martin Luther.
parajumpers long bear http://toroncho.com/index.asp?id=39

#91 By parajumpers long bear (192.99.0.93) on 2013-11-08 15:07

I gotta favorite this internet site it seems extremely helpful very useful
parajumpers salg http://dead-eye.net/index.asp?id=57

#89 By parajumpers salg (192.99.0.86) on 2013-11-08 14:30

http://dj3gl.16.0t.ro/wptc/kongruent/snikte/alterswe/viole/blade/fraagete
parajumpers long bear http://dead-eye.net/index.asp?id=8
<