ปกติไม่ได้กดดูหน้าโปรไฟล์ทวิตเตอร์ตัวเอง นานๆจะดูที เช่นวันนี้ที่จะเปลี่ยนรูปอวตาร เลยสะดุด อุ๊ย ลิงค์บล๊อกตูเอง เลยกดเข้ามาแล้วก็ อุ๊ย ไม่ได้อัพมาเดือนนึงแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปจะอัพให้ได้เดือนละครั้งละกัน เป็นการปัดฝุ่นการเขียนยาว ๆ ของตัวเองบ้างอะไรบ้าง ก่อนที่ชีวิตจะเขียนอะไรได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร
 
งานหนังสือพึ่งจบลงไปเมื่อวันสองวันที่แล้ว ปีนี้เป็นปีที่มีงานรุมเร้ามากจนเป็นปีแรกได้เดินงานหนังสือแค่วันเดียว และเป็นวันสุดท้าย เลยไม่มีโอกาสเก็บตกหนังสือจำนวนมากที่เล็งไว้แต่ไม่ได้ซื้อ
 
เรื่องของเรื่องก็คือ ช่วงนี้ซอมบี้ฮิตมาก ขั้นแรกคือซีรี่ย์ The Walking Dead ซีรี่ย์ซึ่งมีคนทวีตถงทุกวัน แต่ฉันยังไม่ได้ดูตั้งแต่ซีซั่นแรก ไม่มีเวลาดูจริงๆ กลัวดูแล้วจะติดเสียการเสียงาน ความแรงของเกมซอมบี้ก็ไม่ลดละ แรงมาอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังแรงอย่างนั้น วงการหนังก็มีซอมบี้ที่รัก Warm Bodies ซึ่งเป็นหนังซอมบี้มุมมองใหม่ที่ทั้งน่ารักและอบอุ่นจนล้นออกมาจากจอ ไม่เว้นแม้แต่วงการอนิเมก็มีการ์ตูนซอมบี้ผุดขึ้นมาด้วยสองสามเรื่อง แรงขนาดนี้ วันนี้เราก็เลยจับหนังสือ 4 เล่ม ที่เกี่ยวกับซอมบี้มารีวิวกัน 
 
เล่มแรก
 
โรมิโอ - จูเลียต ฉบับวัยรุ่นปี 2013 ผลงานของ Isaac Marion ที่เขียนลงอินเตอร์เน็ตเล่น จากนั้นก็พิมพ์ขายเองเพียง 200 ฉบับ แต่ได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างรวดเร็ว ขายลิขสิทธิ์หนังสือไปแล้ว 25 ประเทศทั่วโลก
 
 
Warm Bodies ซอมบี้ที่รัก
Isaac Marion เขียน / พีระดา แปล / Passion / 269.-
 
"LOVE MAKES US HUMAN"
 
ทำเอาสาวๆอยากตายกันทั่วบ้านทั่วเมืองกันมาแล้วกับภาพยนตร์ชื่อเดียวกันที่สร้างจากหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวของ R ซอมบี้หนุ่มหล่อ ใส สไตล์พังค์ (ถ้าไม่บอกว่าตายแล้ว ฉันคิดว่าเธอหน้าเหมือนนักร้องนำวงกรีนเดย์มากๆเลย) ผู้ใช้ชีวิตกัดกินคนไปวัน ๆ จนกระทั่งได้มาพบกับ จูลี่ แล้วก็เกิดปิ๊งปั๊งกลายเป็นความรักขึ้นมา จากนั้นอีตา R และเพื่อน ๆ ซอมบี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งพล๊อตเรื่องนั้น ไม่ต้องสปอยล์ทุกคนก็เดาออกได้แม้จะไม่เคยดูหนัง พระเอกกลับคืนเป็นคนในท้ายที่สุด ความรักคือทางออกของการเยียวยาปัญหาเชื้อไวรัสที่เปลี่ยนคนให้เป็นซากศพนี้
 
Warm Bodies เวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้น อบอุ่นมาก อุ่นจนล้นออกมาจากจอ อุ่นจนสัมผัสได้ ในขณะที่ฉบับนิยายนั้นสัมผัสไม่ได้ถึงความอุ่นที่ว่า ... หนังหลายเรื่องที่สร้างจากหนังสือมักถูกค่อนขอดว่า สนุกได้ไม่เท่าหนังสือ เก็บรายละเอียดได้ครบ (ก็แหงล่ะ หนังมันยาวได้แค่สองชั่วโมงนี่หว่า) แต่กับ Warm Bodies เวอร์ชั่นหนังนั้น ตัดส่วนเยิ่นเย้อไร้สาระที่ไม่เกี่ยวข้องในฉบับนิยายออกไปได้หมด ทำให้รักษาไว้ได้ทั้งเรื่องที่กระชับ และรสอุ่น ๆ ที่มันควรจะมี เหมือน Forest Gump ภาพยนตร์ดีซึ่งสร้างจากหนังสือที่ไม่ได้มีปลวกด๋อยอะไรเลย
 
R ในเวอร์ชั่นหนังสือนั้นแต่งตัวต่างจากในหนังนิดหน่อย ซึ่งผมก็รู้สึกว่าดีแล้วที่ในหนังเปลี่ยนมันซะ เรื่องส่วนใหญ่เกิดขึ้นในหัวของ R จินตนาการต่าง ๆ นานา ทั้งที่คิดเองและที่เป็นความคิดของสมองของชาวบ้านที่พี่แกกินเข้าไป สำคัญที่สุดก็คือสมองแฟนเก่านางเอกซึ่งเป็นตัวเชื่อมเรื่องทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่ามันเยอะและเยิ่นเย้อไปซักนิดนึง
 
จุดที่ค่อนข้างต่างจากหนังคือ ในหนังสือเราจะรู้สึกสงสารใน "ความเป็นซอมบี้" มากกว่าในหนัง เพราะในหนังแต่งหน้าซะหล่อ ดูไม่เหมือนศพ แต่ในหนังสือเราจะได้รู้ว่าซอมบี้พบความลำบากอย่างไรในการใช้ชีวิตบ้าง ประเด็นที่ผมชอบที่สุดคือการอธิบายว่าทำไมซอมบี้ถึงต้องกินสมองมนุษย์ ซึ่งอ่านแล้วก็น้ำตาคลอ
 
สรุปรวม ๆ ว่า ไม่ค่อยประทับใจหนังสือเท่าหนัง ไม่แน่ว่าเป็นที่การแปลด้วยหรือเปล่า อาจต้องลองอ่านเวอร์ชั่นไม่แปลดู ให้คะแนน 6/10 จ้า
 
เล่มต่อไป
 
ต่อจากการรีเมคโรมิโอ - จูเลียต ก็เป็นการยำใหญ่วรรณกรรมคลาสสิคชื่อดัง Pride & Prejudice 
 
 
Pride & Prejudice & Zombie ความรัก ศักดิ์ศรี และฝูงซอมบี้
Zeth Grahm-Smith เขียน / เจนจิรา เสรีโยธิน แปล / Mars Space / 330.-
 
ผลงานยำใหญ่ 1 ใน 3 เรื่อง เท่าที่เห็นว่ามีตอนนี้ของ เซ็ธ แกรห์ม-สมิธ ซึ่งผมชื่นชมชาบูมากหลังจากได้อ่าน Abraham Lincoln : The Vampire Hunter หรือ คืนวันที่ข้าพเจ้าล่าแวมไพร์ : บันทึกลับอับราฮัม ลิงคอล์น ซึ่งเป็นการเอาชีวประวัติสุดยอดประธานาธิบดีของสหรัฐมายำใหญ่ใส่แวมไพร์ลงไป โดยผูกโยงกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ เช่นสงครามเลิกทาส หรือการลอบสังหาร อย่างแนบเนียน และมันส์มาก เป็นหนังสือที่กล้าให้คะแนน 8 หรือ 9 เต็ม 10 ได้ง่าย ๆ พออ่านจบผมก็ซื้อเล่มนี้มาอ่านต่อทันที ด้วยเชื่อมั่นว่าตาเซ็ธนี่จะต้องไม่ทำให้ผิดหวังแน่ ๆ แต่ทว่า ...
 
ความรัก ศักดิ์ศรี และฝูงซอมบี้ ไม่สนุกเท่าที่คิด 
 
เรื่องราวของ เอลิซาเบธ เบนเนต จอมยุทธ์สาวผู้ใส่ใจเรื่องการฆ่าซอมบี้มากกว่าความรัก กับ ฟิตซ์วิลเลียม ดาร์ซี ชายผู้สูงศักดิ์ ใจแข็ง ปากร้าย หยิ่งทระนง ซึ่งอันที่จริงก็ไม่สนุกเลย อ่านไปทรมานไป เมื่อไหร่จะจบวะเนี่ย อาจเป็นที่สำนวนแปลพยายามเก่าที่ขัดหูขัดตา ชื่อคนในเรื่องซึ่งมันมีตระกูลใหญ่อยู่สองสามตระกูล และทุกคนเรียกกันด้วยนามสกุล ทำให้โคตรจะสับสนว่าตกลงตอนนี้กำลังพูดถึงใครอยู่ฟะ 
 
การจับแวมไพร์ใส่ลงไปในชีวประวัติสุดรันทดของลิงคอล์นนั้น เป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมลงตัว แต่การเอาซอมบี้มาใส่ในเรื่องราวความอิจฉาริษยาปานบ้านทรายทองแห่งยุครีเจนซี่นั้น ไม่ได้มีความเข้ากันเลย หนังสือพยายามจะแทรกความตลกเข้าไป ไม่ว่าจะด้วยนินจา ดาบคาตานะ วัดเส้าหลิน และอีกหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ไม่ได้ลดความน่าเบื่อลงซักกะนิดเดียว
 
อ่านบทสัมภาษณ์และรีวิวจากเว็บต่างประเทศ ฝรั่งเค้าชอบกันแฮะ อาจารย์บางโรงเรียนบอกให้เด็กอ่านด้วยซ้ำ ซึ่งถ้ามันสนุกเช่นนั้นจริง ๆ ก็คงต้องยกความผิดให้กับคนแปลอีกแล้วที่ทำเสียอรรถรสไป ไม่ประทับใจ แต่ใครที่ชอบของแปลก อยากลองสัมผัสนวนิยายแบบ Mash-up ว่าเป็นยังไงก็น่าสนใจ แต่ถ้าจะให้ดี อ่านอับราฮัม ลิงคอล์นก่อน แล้วค่อยอ่านเรื่องนี้ ไม่งั้นคุณอาจจะไม่อยากอ่านผลงานของตานี่ต่อซักเท่าไหร่
 
"ชื่อคนเขียนและผลงานในอดีต บางทีไม่สามารถการันตีอะไรได้เลย"
 
ผมเคยเสนอเล่น ๆ ในทวิตเตอร์ว่า เราน่าจะลองยำใหญ่ประวัติศาสตร์ไทยเราบางส่วนอย่างนี้บ้างก็ไม่เลวนะ ใส่ซอมบี้ลงไป ผูกโยงมันเข้ากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ฝีดาษ ไข้ทรพิษ ผมรู้สึกว่ามันเป็นวิธีที่พอจะทำให้เด็กไทยสนใจประวัติศาสตร์ได้ ประเทศเรามีปัญหามากในเรื่องการนำเสนอประวัติศาสตร์ คือมันมักจะไม่สนุก ต่างกับญี่ปุ่น ซึ่งจับเอาประวัติศาสตร์แทบทุกช่วงมาทำการ์ตูนได้มันส์พะยะค่ะเอามาก ๆ ผลพวงของการไม่สนุกนี่มันมีนะครับ ผมเองเป็นผู้ใหญ่ยังไม่อยากอ่านเลย บังคับให้เรียนในแบบเรียนไปมันก็ได้เท่านั้น อ่าน สอบ ลืม
 
สรปก่อน เรื่องนี้ 3/10 ไม่ชอบ อ่านไม่จบด้วย ตัวหนังสือติดกันเป็นพรืด ภาษาโบราณ สับสนชื่อตัวละคร และอีกที "ไม่สนุก" แต่ให้โอกาสตาเซ็ธได้แก้ตัวใน Unholy Night นิยายซึ่งยำประวัติศาสตร์กำเนิดพระเยซูกับฆาตกรโหด ซึ่งยังไม่ได้อ่าน ถ้าอ่านแล้วสนุกจะอภัยให้
 
เล่มที่สาม
 
หนังสือซอมบี้ที่กำลังจะกลายเป็นหนังใหญ่ฉายปีนี้อีกเรื่องนึง เรื่องราวของสงครามโลกที่มนุษย์ไม่ได้รบกันเอง แต่ต้องมารบกับบรรดาศพเดินได้
 
 
World War Z สงครามโลก Z
Max Brooks เขียน / นพดล เวชสวัสดิ์ แปล / earnest / 320.-
 
หนังสือแนวแปลกที่ยังอ่านไม่จบ เพราะมันเครียดจุงเบย = =) หนังสือเล่มนี้ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบการถอดเทปสัมภาษณ์ผู้คนจากอาชีพต่าง ๆ ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สงครามโลก Z ฝรั่งเรียกว่า Oral History หรือประวัติศาสตร์จากปาก คนให้สัมภาษณ์แต่ละคนก็เล่าเรื่องเท่าที่ตัวเองรู้ เท่าที่ตัวเองเห็น เล่าในมุมมองของตัวเอง ภาษาของตัวเอง บางคนก็โม้เหม็นใหญ่โต บางคนก็รู้เยอะแต่โกหก เราจะจับพิรุธ จับน้ำเสียงได้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นตัวหนังสือนี่แหละ
 
World War Z เริ่มต้นขึ้นจากโรคระบาดในประเทศจีน ก่อนจะลุกลามไปทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในบรรดาคนที่ให้สัมภาษณ์นั้น หลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับการแพร่ระบาดของโรคร้ายครั้งนี้ ไม่ว่าจะเรื่องของหมอเถื่อน การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว ความขัดแย้งทางการเมือง ฯลฯ ล้วนผูกโยงกันจนเกิดเป็นสงครามครั้งนี้ขึ้นมา
 
"จะเกิดสงครามโลกอีกกี่สิบครั้ง มนุษย์ก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย"
 
สนุกดีนะ หลัง ๆ ชักชอบอะไรที่เขียนดูจริงจัง ๆ แบบนี้ แต่ก็ยังอ่านไม่จบ อ่านแล้ววางแล้วอ่านแล้ววางแบบนี้มานานละ กะจะพักยาวแล้วรอมีเวลาค่อยมาอ่านจริง ๆ จัง ๆ ม้วนเดียวจบดีกว่าเพื่อความเข้าใจ ให้ 7/10 คะแนนละกัน ส่วนนี่เทรลเลอร์ของหนังที่สร้างจากหนังสือเล่มนี้ 
 
 
เล่มสุดท้าย
 
หลังจากได้ตกหลุมรักซอมบี้ใน Warm Bodies สมเพชซอมบี้ใน Pride & Prejudice & Zombie และทำสงครามกับซอมบี้ใน World War Z มาแล้ว ก็ถึงเวลามาเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับซอมบี้กันแล้ว
 
 
How to "Living Dead" Zombie คู่มือสู้ซอมบี้
ทีมงานฮิ / มังกรกินหมู / 200.-
 
หนังสือฮาวทูที่ปกโคตรไม่น่าเชื่อถือว่ามันจะใช้ช่วยให้รอดได้แน่ ๆ ซึ่งมีคำโปรยว่า "หนังสือที่จะช่วยให้คุณรอดตายเมื่อวันนั้นมาถึง" นี้ เป็นฝีมือทีมงานฮิกาซีน แค่เห็นชื่อนี้ที่ปกก็รู้แล้วว่า มันจะต้องฮาแน่ ๆ
 
ถ้าไม่เหลือบไปเห็นชื่อฮิกาซีน ผมคงเชื่อแล้วว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องจริง นั่นทำให้ผมต้องนั่วบิลท์ตัวเองก่อนอ่านมันว่า ฮิกาซีนไม่ใช่กลุ่มคนตลกแดกพรรค์นั้น พวกเขามีสาระพอ ๆ กับราชบัณฑิตยสถาน และกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย แล้วคุณก็จะพบว่า หนังสือเล่มนี้จริงจังมาก
 
สิ่งที่คุณจะพบในฮาวทูเล่มนี้ : ลักษณะทั่วไปของซอมบี้ ซอมบี้กินอะไร ทำไมซอมบี้ชอบกินเนื้อคน เนื้อสัตว์อื่นซอมบี้กินมั้ย จุดกำเนิดของซอมบี้อยู่ที่ไหน ศพกลายเป็นซอมบี้ได้อย่างไร ซอมบี้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน จุดอ่อนของซอมบี้อยู่ที่ไหน เราจะฆ่าซอมบี้ได้อย่างไร เลือกอาวุธอย่างไรให้เหมาะ กลยุทธสังหารซอมบี้ การใช้ประโยชน์จากซอมบี้ ถ้าพลาดท่าโดนซอมบี้กัดจะทำอย่างไร ฯลฯ
 
เล่มนี้ให้ 9/10 ครับ เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี อ่านเอาจริงจังก็ได้ อ่านเอาฮาก็ฮาอยู่ ผมเลือกพกติดกระเป๋าไว้อ่านเล่น ๆ ตอนนั่งรถเมล์ รถตู้ กลับบ้าน แก้เบื่อได้ชะงัดนัก
 
เหมือนจะหมดแต่ยังไม่หมด หนังสืออีกเล่มที่ได้มาจากงานหนังสือ บู๊ธมติชน อันนี้ไม่เกี่ยวกับซอมบี้ แต่เกี่ยวโดยตรงกับวิธีการไปเป็นซอมบี้ ก็คือเรื่องของความตาย เป็นความตายของคนดังที่หลายคนเราก็รู้จักกันดี แต่ใครเล่าจะรู้ว่าแท้จริงเขาเหล่านั้นตายอย่างไร
 
รู้หรือไม่ว่า เจ้าของโรงงานหมากฝรั่งแห่งแรกของอเมริกา เสียชีวิตเพราะหมากฝรั่งติดคอตาย
 
รู้หรือไม่ว่า มหาราชน